ต่อมทอนซิลอักเสบ

                                                 อาการเจ็บคอเป็นอากรที่พบได้บ่อยในเด็กและผู้ใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบเป็นสาเหตุของการเจ็บคอที่พบบ่อยอันหนึ่ง   เด็กที่มาพบแพทย์ด้วยอาการ ไข้ และ เจ็บคอ  ต่อมทอนซิล คือ อะไร     ต่อมทอนซิลที่เรารู้จักและพูดถึงกันทั่วไป คือต่อมน้ำเหลืองอย่างหนึ่งของร่างกายเวลาอ้าปากจะเห็นอยู่บริเวณ ด้านข้างของลำคอ เรียกว่า ต่อมทอนซิลข้างลำคอ (palatine tonsil ) แต่จริงแล้วยังมีต่อมน้ำเหลืองอื่นที่อยู่ในลำคอ ที่ทำหน้าที่ในการป้องกันการติดเชื้อบริเวณลำคอ โดยกลุ่มต่อมน้ำเหลืองที่อยู่หลังโพรงจมูก เรียกว่า ต่อมแอดินอยด์ ( adenoid gland ) กลุ่มต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณโคนลิ้นเรียกว่า ต่อมทอนซิลโคนลิ้น ( lingual tonsil )
หน้าที่ของต่อมทอนซิล

ต่อมทอนซิลทั้งหลายในลำคอ มีหน้าที่ในการป้องกันการติดเชื้อของทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร โดยการการสร้าง
ภูมิคุ้มกันเพื่อทำลายเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกาย ในวัยเด็กภูมิคุ้มกันยังมีน้อยทำให้ต่อมทอนซิลไวต่อการตอบสนองต่อการ
ติดเชื้อเกิดการอับเสบขึ้นได้  แต่เมื่อเด็กโตขึ้นภูมิคุ้มกันดีขึ้นทำให้เด็กมีการอับเสบของต่อมทอนซิลน้อยลง

อาการของต่อมทอนซิลอักเสบ

      เมื่อเกิดการติดเชื้อภายในต่อมทอนซิล เด็กจะมีอาการ ไข้สูงบางครั้งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร  เจ็บคอโดยเฉพาะเวลากลืนอาหาร อาจจะมีอาการปวดร้าวไปที่หู ตรวจดูจะพบต่อมทอนซิลทั้งสองข้างโตขึ้น อักเสบบวมแดง มีหนองเป็นจุดขาวๆบนต่อมทอนซิล ถ้าอักเสบรุนแรงจะเห็นฝ้าขาวๆปกคลุมต่อมทอนซิลได้ บางครั้งจะคลำว่ามีต่อมน้ำเหลืองที่คอ บวมโตร่วมด้วย อาการจะรุนแรงอยู่ 2 - 3 วันหลังจากนั้นอาการจะดีขึ้นภายใน 7 - 10 วัน ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน
เชื้อที่เป็นสาเหตุ
  สำหรับเชื้อที่เป็นสาเหตุอาจจะเกิดจากเชื้อ ไวรัส หรือ เชื้อแบคทีเรีย   แต่ถ้าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียอาการจะรุนแรงกว่า พบว่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากเชื้อ Hemophilus influenzae , Streptococcus pneumoniae , Streptococus group A เป็นต้น        
           การรักษาต่อมทอนซิลอักเสบ
     ผู้ป่วยควรได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าให้มีการขาดน้ำและอาหาร ดื่มน้ำมากๆอย่างน้อย 2.5 ลิตร  รักษาความสะอาดของช่องปาก กลั้วคอด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปาก ถ้าเจ็บคอมากอาจจะใช้ยาอมที่มียาชาผสมก่อนกินอาหาร แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนๆ  ถ้ามีไข้สูงควรพิจารณาให้ยาลดไข้จำพวก พาราเซตามอล และที่สำคัญต้องได้รับยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อดังกล่าวข้างต้น ซึ่งก็คือยาปฏิชีวนะกลุ่ม เพนนิซิลิน หรือ อีรีโทมัยซิน  ควรกินยาอย่างน้อย 7 – 10 วัน หรือตามแพทย์สั่งถ้ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น
       ถ้าอาการรุนแรงอาจจะต้องรับป่วยในโรงพยาบาลเพื่อให้สารน้ำและยาปฏิชีวนะเข้าทางเส้นเลือด

ภาวะแทรกซ้อนของต่อมทอนซิลอักเสบ

ผลเสียของการอักเสบของต่อมทอนซิล เชื้ออาจจะลุกลามกลายเป็นฝีในลำคอได้ และ เกิดการติดเชื้อมากจนเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดได้  และอาจจะส่งผลทำให้เกิด หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือ ปอดบวมได้  แต่ที่เป็นปัญหาสำคัญของต่อมทอนซิลอักเสบในเด็ก ถ้าเกิดการอักเสบจากเชื้อ สเตรปโตค๊อกคัส ( streptococcus )   อาจจะเกิดกรวยไตอักเสบ หรือ โรคหัวใจรูมาติก ตามมาซึ่งต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะนานประมาณ 10 วัน จึงจะป้องกันภาวะแทรกซ้อนนี้ได้

ผลของต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง

      เมื่อเกิดการอักเสบของต่อมทอนซิลบ่อยครั้ง จะทำให้ต่อมทอนซิลขยายตัวใหญ่ขึ้นกว่าปกติและมีพื้นผิวขรุขระ เรียกว่า  ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง  จนบางครั้งกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้  เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายอ่อนแอ จากสาเหตุต่างๆ เช่น อดหลับอดนอนนอน พักผ่อนน้อย หรือ ป่วยเป็นไข้หวัด เป็นต้น จะทำให้เชื้อโรคเหล่านี้เจริญเติบโตมากขึ้นแล้วทำให้เกิดการอักเสบตามมาได้
 นอกจากนี้การที่ต่อมทอนซิลโตมากๆจะมีผลทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจโดยเฉพาะเวลาเด็กหลับ กล้ามเนื้อบริเวณลำคอคลายตัวเวลาเด็กหายใจเข้าต่อมทอลซิลจะโดยดูดเข้าไปอุดทางเดินหายใน  เด็กจะเกิดการหายใจลำบาก  นอนกรน  กลืนลำบาก หรืออาจจะทำให้หยุดหายใจในขณะเด็กนอนหลับได้ ซึ่งจะมีผลระยะยาวตามมาต่อเด็ก โดยจะมีผลต่อ การเรียนรู้ การพัฒนาทางสมอง หรือเป็นนานอาจจะมีผลต่อหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดหัวใจห้องขวาวายได้

การรักษาต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง

    เมื่อมีปัญหาดังกล่าวข้างต้น  แพทย์หูคอจมูกส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผ่าตัดต่อมทอนซิลออก โดยมีข้อบ่งชี้ดังนี้

  1. ต่อมทอนซิลโตจนอุดตันทางเดินหายใจ  เด็กจะมีอาการนอนกรน หายใจลำบาก และอาจเกิดการหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ขณะนอนหลับ
  2. ต่อมทอนซิลและต่อมแอดินอยด์โตจนมีผลต้องหายใจทางปากตลอดเวลา ทำให้การพัฒนารูปใบหน้าเปลี่ยนไปและฟันสบไม่ดี
  3. ต่อมทอนซิลและต่อมแอดินอยด์โตจนเกิดปัญหาหูน้ำหนวกและไซนัสอักเสบเรื้อรัง
  4. มีการอักเสบของต่อมทอนซิลบ่อย ๆ มากกว่า 4 - 7 ครั้งต่อปี หรือ 5 ครั้งต่อปีใน 2 ปีติดต่อกัน หรือ 3 ครั้งต่อปีใน 3 ปีติดต่อกัน
  5. มีการอักเสบติดเชื้อเบต้า สเตปโตคอคคัส  มากกว่า 3 ครั้งต่อปี
  6. ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังและเกิดภาวะแทรก เช่น การอักเสบเป็นหนองรอบต่อมทอนซิล หรือ ต่อมน้ำเหลืองรอบคออักเสบและโต  และ อักเสบพร้อมไข้สูงจนเกิดอาการชักร่วมด้วย
  7. สงสัยว่าจะเป็นเนื้องอก
 ข้อห้ามของการทำผ่าตัดต่อมทอนซิล

      เด็กที่มีประวัติของ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง, ภาวะโรคเลือด , และ เด็กที่อยู่ในบริเวณที่มีการระบาดของโปลิโอที่ยังยังไม่ได้การรับวัคซีนนี้      นอกจากนี้ไม่แนะนำให้ผ่าตัดทอนซิลในเด็กที่อายุน้อยกว่า 3 ปีถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นจริงๆ

ภาะแทรกซ้อนของการผ่าตัดต่อมทอนซิล
            ถึงแม้ว่าการผ่าตัดต่อมทอนซิลนี้จะไม่ยาก แต่ก็อาจเกิดผลแทรกซ้อนได้ ถ้าวิธีการเลือกผู้ป่วยหรือวิธีการผ่าตัดไม่ดี  ผลแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดที่อาจพบได้ เลือดออกหลังการผ่าตัดบางครั้งเลือดอาจจออกมากจนผู้ป่วยเกิดภาวะ shock จากการขาดเลือดได้  , อาการปวดแผลหลังผ่าตัด พบทุกรายแล้วแต่จะมากน้อย , การติดเชื้อของแผลผ่าตัด , ภาวะขาดน้ำ และ ที่สำคัญคือ ภาวะภูมิคุ้มกันเปลี่ยนแปลง ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานสนับสนุน ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าผ่าตัดต่อมทอนซิลแล้วจะเกิดการอักเสบติดเชื้อง่ายกว่าเดิมเพราะไม่มีตัวจับเชื้อโรค จริงแล้วยังมีต่อมน้ำเหลืองอื่นๆที่เหลือทำหน้าที่ทดแทนได้ดีพอเพียง

การปฏิบัติดูแลหลังการผ่าตัดต่อมทอนซิล

  1. ใน 2 – 3  วันแรกหลังการผ่าตัดบุตรหลานของท่าน ควรพักฟื้นอยู่ภายในบ้าน  หลีกเลี่ยงการเล่นกระโดดโลดเต้นอย่างน้อยเป็นเวลา 10 วันหลังการผ่าตัด และเด็ก ๆควรจะหยุดไปโรงเรียนอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  2. เด็กควรได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ แนะนำให้รับประทานอาหารเหลวเป็นเวลานาน 3-4 วัน จำพวกไอศครีม เยลลี่ นมสด  อาหารบดหรือปั่นทั้งหลาย  ให้หลีกเลี่ยงอาหารร้อน ๆ รสจัด รสเผ็ด หรือเปรี้ยว หรืออาหารแข็ง   หลังจากนั้น ถ้าอาการเจ็บคอดีขึ้น จึงรับประทานอาหารเหลวประเภทข้าวต้ม โจ๊ก และ หลัง 7 วันเมื่อแผลผ่าตัดหายดีจึงเริ่มรับประทานอาหารได้ตามปกติ
  3. หลังผ่าตัด เด็กจะมีอาการเจ็บคอ และปวดร้าวไปยังกกหู แนะนำให้กินยาลดไข้แก้ปวดที่แพทย์จัดให้ก่อนกินอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง จะช่วยทำให้เด็กกลืนอาหารได้ดีขึ้น  หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดจำพวกแอสไพริน เพราะ จะเป็นสาเหตุของเลือดออกได้
  4. เลือดออกหลังผ่าตัดปัญหาที่สำคัญของการผ่าตัดต่อมทอนซิล ซึ่งจะสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วง 12 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัด ทำให้เด็กต้องนอนพักในโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน เพื่อสังเกตอาการอันนี้
  5. เด็กจะมีไข้ต่ำๆ ประมาณ 37.5 องศาเซลเซียส ได้หลังการผ่าตัดต่อมทอนซิลภายใน 1 -2 วันแรก หลังจากนั้นถ้าเด็กยังมีไข้อยู่แสดงว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือ ขาดน้ำ ควรจะให้เด็กดื่มน้ำให้มากเพียงพอก่อน และถ้าไข้ยังมีอยู่ควรจะมาพบแพทย์
  6. ท่านจะเห็นฝ้าขาวบริเวณแผลผ่าตัดของต่อมทอนซิล ซึ่งจะเกิดได้ชั่วคราว และจะหลุดลอกออกไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์