หูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media )

           หูเป็นอวัยวะที่สำคัญอันหนึ่งของร่างกาย   เป็นอวัยวะที่ทำงานละเอียดอ่อนและซับซ้อน  ช่วยทำให้บุตรของท่านได้ยินเสียงซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการด้วยภาษา & ยังทำหน้าที่เกี่ยวกับการพูดการทรงตัวของร่างกายดังนั้นการดูแลสุขภาพหูให้ดีย่อมจะช่วยให้เด็กมี
การพัฒนาการที่สมบูรณ์ต่อไป
                หูทำงานได้อย่างไร
                หูมนุษย์ แบ่งออกเป็น  หูชั้นนอก,  หูชั้นกลาง  และหูชันใน  หูชั้นนอกประกอบด้วยใบหู  ซึ่งมีหน้าที่เก็บรวบรวมคลื่นเสียง  และช่องหูซึ่งเป็นช่องทางนำเสียงเข้าสู่หูชั้นกลางโดยผ่านทางแก้วหู  หูชั้นกลางประกอบด้วยแก้วหู  และกระดูกหู  กระดูกหูเล็กๆ 3 ชั้นในหูชั้นกลาง  จะสั่งผ่านการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงจากแก้วหูเข้าสู่หูชั้นใน  หูชั้นในจะมีอวัยวะ สำหรับการได้ยิน รูปขดหอย   (cochlea)  และอวัยวะสำหรับการทรงตัว (Semicercular canal)  ภายในอวัยวะรูปขดหอยจะมีขนเล็กๆ (Hair cell) ที่จะรับการสั่นสะทือนของคลื่นเสียง และแปรเป็นคลื่นไฟฟ้าเข้าสู่ประสาทการรับฟังเสียง ซึ่งกระแสประสาทจะ

ส่งต่อผ่านไปยังศูนย์การได้ยินในสมองเพื่อแปรผลการได้ยินต่อไป
                หูของเด็กแรกเเกิด  จะสมบูรณ์เกือบเหมือนกับหูของผู้ใหญ่ทุกประการ ยกเว้นขนาดและตำแหน่งของท่อปรับความดัน  (Eutachial tube) ที่อยู่ระหว่างหูชั้นกลางและช่องจมูกส่วนหลัง  ซึ่งจะทำหน้าที่ปรับความดันของหูชั้นกลางกับอากาศภายในเด็กท่อปรับความดันจะมีขนาดเล็กสั้นและตำแหน่งจะอยู่

ในแนวราบมากกว่าผู้ใหญ่ด้วยเหตุนี้ทำให้เด็กเล็กๆมีโอกาสเกิดการอักเสบของหูชั้นกลางได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่หรือเด็กโต ภายหลังจากการเป็นหวัด          
                หูชั้นกลางอักเสบ คือภาวะการติดเชื้อและอักเสบของหูชั้นกลางเป็นโรคที่พบบ่อยโรคหนึ่งในเด็กและเป็นสาเหตุของการสูญเสียการได้ยินในเด็ก  พบบ่อยในช่วงอายุ 6 เดือน- 15 เดือน , เพศชาย มากกว่า เพศหญิง , โดยในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปีจะพบถึงร้อยละ 23 และเพิ่มเป็น ร้อยละ 40 ในเด็กช่วงอายุ 4 - 5 ปี ในประเทศไทยยังไม่ทราบอุบัติการณ์แน่นอน ทั้งนี้เพราะผู้ปกครองยังไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนักกับอาการของหูอักเสบส่วนใหญ่มุ่งเน้น

เฉพาะอาการไข้หวัดเจ็บคอแต่อย่างเดียว และ จะคิดถึงโรคทางนี้ก็เมื่อเด็กมีอาการมากแล้วเช่นมีแก้วหูทะลุ และ มีน้ำหนองออกจากช่องหูแล้วจึงจะนำเด็กมาพบแพทย์   มักจะพบมากในฤดูฝนและฤดูหนาวซึ่งเด็กจะเกิดการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนต้นหรือเป็นหวัดได้บ่อ
ทำให้มีปัญหาหูชั้นกลางอักเสบตามมา
                  จะเป็นผลมาจากการทำงานที่ผิดปกติของท่อปรับความดัน ( Eustachial tube ) ซึ่งเป็นท่อที่ติดต่อระหว่างหูชั้นกลางกับโพรงจมูกส่วนหลัง โดยปกติท่อปรับความดันจะปิดตลอดเวลาแต่จะเปิดออกเป็นช่วงๆเวลากลืนน้ำลายหรือหาว มีหน้าที่สำคัญในการปรับสภาพความดันระหว่างข่องหูกับอากาศภายนอก และปกป้องน้ำลายและน้ำมูกไม่ให้ไหลย้อนเข้าไปในหูชั้นกลางได้  โดยปกติในเด็กทารกและเด็กเล็ก  ท่อปรับความดันจะเล็ก, สั้น และวางตัวในแนวนอนมากกว่าในผู้ใหญ่  ดังนั้นเมื่อเกิดทางเดินหายใจอักเสบของทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ  ไซนัสอักเสบ  คออัเสบ หวัด  เป็นต้นจะทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปสู่หูชั้นกลางได้ง่ายกว่าในผู้ใหญ่และทำให้เกิดการอักเสบขึ้น รวมทั้งสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดการบวมและอุดตันของท่อปรับความดันจะทำให้เกิดความดันในหูชั้นกลางลดลงเป็นลบ

เมื่อเทียบกับชั้นบรรยากาศ โดยอากาศที่อยู่ในหูชั้นกลางจะถูกดูดซึมไป และทำให้เกิดการเคลื่อนของของเหลวจากในหลอดเลือดมาสู่หูชั้นกลาง เมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้มีการอักเสบขึ้นได้   ภาวะการอักเสบติดเชื้อจะมีการปล่อยเอ็มไซต์ต่างๆมาสู่หูชั้นกลางซึ่งจะทำห้มีการทำลายเยื่อบุผิวของหูชั้นกลาง กระดูกหู  แก้วหูทะลุได้ ทำให้มีน้ำหนองไหลออกมาจากช่องหู กลายเป็นหูน้ำหนวก และถ้าไม่ได้ทำการรักษาให้ภาวะการอักเสบหาย หรือมีการอักเสบอยู่เรื่อยๆจะกลายเป็นหูน้ำหนวกเรื้อรังมีแก้วหูทะลุเป็นรูใหญ่ได้ ผู้ป่วยจะมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินที่เรียกว่าหูตึงได้  และ อาจจะถูกดูดซึมเข้าสู่หูชั้นในผ่านทำให้เกิด ประสาทหูเสื่อมสภาพได้
 
สาเหตุชักนำทีทำให้เกิดการอักเสบของหูชั้นกลางได้ดังนี้

  1. การติดเชื้อของทางเดินหายใจ   หูชั้นกลางอักเสบ มักจะเกิดตามหลังจากการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบนอักเสบที่พบบ่อยในเด็กๆ เกิดจากเชื้อไวรัส หรือ จากแบคทีเรียที่ทำให้เกิด ไซนัสอักเสบ หรือ ต่อมทอนซิลและต่อมแอดินอยด์อักเสบ ผลจะทำให้การบวมของท่อยูสเตเซียน ทำให้เชื้อโรคที่อยู่บริเวณโพรงจมูก กระจายเข้าหูชั้นกลาง เกิดภาวะหูชั้นกลางอักเสบได้
  2.  การเลี้ยงลูกด้วยนมขวด จะมีหูชั้นกลางอักเสบ ได้สูงกว่าเลี้ยงด้วยนมแม่ อาจเป็นเพราะ เด็กดูดนมขวดต้องใช้แรงดูดมากกว่าดูดนมขวด และ เด็กดูดนมขวดจะต้องนอนบนพื้นราบทำให้เกิดการไหลย้อนของนมเข้าไปใน ท่อปรับความดันได้ง่ายกว่า
  3. ในเด็กที่มีปัญหาของเพดานโห่วจะพบหูชั้นกลางอักเสบได้บ่อยกว่าเด็กปกติ เพราะ เด็กจะมีการทำงานผิดปกติของท่อยูสเตเซียนร่วมด้วย
  4. ภาวะหวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้จะทำให้เกิดการบวมบริเวณปากรูเปิดของท่อยูสเตเซียนทำให้เกิดการอุดตันท่อปรับความดันได้
  5. ต่อมแอดินอยด์โต ทำให้เกิดการอุดตันของปากรูเปิดของท่อปรับความดัน เกิดการอักเสบตามมาได้

อาการของหูชั้นกลางอักเสบ

                      เด็กที่มีหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันจะมาพบแพทย์ด้วยอาการ ไข้สูง, ร้องกวน ,เบื่ออาหาร, คลื่นไส้อาเจียน  ซึ่งเป็นอาการแสดงทั่วไปของภาวะการอักเสบติดเชื้อในร่างกาย และจะมีอาการที่บ่งบอกว่ามีการติดเชื้อบริเวณช่องหู คือ ปวดหู ซึ่งในเด็กเล็กๆ อาจมีเฉพาะการเอานิ้วมือไชหู หรือ ดึงใบหู ,ในเด็กโตอาจจะร้องปวดหูได้ซึ่งเป็นอาการสำคัญอันหนึ่งที่พ่อแม่พามาพบแพทย์ อย่างไรก็ตามอาการปวดหูอาจจะเกิดจากการปวดร้าวมาจากบริเวณอื่นของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณศรีษะและลำคอ เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ หรือ รากฟันอักเสบ เป็นต้น ทำให้เราต้องมองหาสาเหตุเหล่านี้ในเด็กที่ร้องปวดหูแต่ตรวจดูหูแล้วปกติ                             เมื่อมีการอักเสบมากจนเกิดแก้วหูทะลุจะทำให้อาการปวดหายไปแต่มารดาจะพาเด็กมาพบแพทย์ด้วยเรื่อง น้ำหนองไหลจากช่องหู ซึ่งพบบ่อยมากในบ้านเรา    และ อาจจะมาพบแพทย์ด้วย ประสาทเลี้ยงใบหน้าซีกขวาเป็นอัมพาต ซึ่งเป็นผลมาจากการอักเสบของหูชั้นกลางลามเข้าไปในช่องทางของเส้นประสาท และทำให้เกิดการอักเสบขึ้น หรือบางรายอาจจะมีอาการเวียนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียน จากการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่หูชั้นใน การตรวจหู โดยการใช้ pneumatic otoscope จะตรวจพบว่า  แก้วหูมีการอักเสบบวมแดง, มีเส้นเลือดมาเลี้ยงมาขึ้น, สีขุ่นทึบ ,จะพบการเคลื่อนไหวของแก้วหูมีการขยับตัวลดน้อยลงเนื่องจากมีหนองขังอยู่ในช่องหูชั้นกลาง และ ถ้ามีแก้วหูทะลุจะเห็นมีหนองขังอยู่ในช่องหู                                                                                                                 สำหรับเด็กที่เป็นหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง  เด็กมักจะไม่ค่อยมีอาการแสดงออกชัดเจน ยกเว้น หูอื้อ หรือ มีการได้ยินลดลง หรือ ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ พ่อแม่จะมาปรึกษาด้วยปัญหาว่า ลูกชอบพูดเสียงดังหรือเปิดโทรทัศน์เสียงดัง  เรียกไม่ค่อยได้ยิน   ตรวจหู จะเห็น แก้วหูมีสีเหลืองหรือสีทึบกว่าปกติบางครั้งจะเห็น ฟองอากาศ ในหูชั้นกลางได้  ตรวจการได้ยินที่เรียกว่า audiogram เพื่อวัดระดับการได้ยิน ส่วนใหญ่จะสูญเสียระดับการได้ยินประมาณ 27 dB.   

     การรักษา    
      ในเด็กที่มีอาการของหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันแพทย์อาจจะสั่งยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะของการอักเสบของหู  และท่านต้องให้บุตรของท่านกินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง  ถึงแม้ว่าอาการต่างๆจะดีขึ้นแล้วก็ตาม  นอกจากนี้แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยาพาราเซตามอล  เพื่อบรรเทาอาการปวด  สำหรับยาฆ่าเชื้อแพทย์จะให้ antibiotics ที่มีผลครอบคลุมเชื้อโรค 3 ชนิดที่พบบ่อยในหูชั้นกลางคือ M. catarhalis, H.influenza,  S. pneumoniae    โดย อะม๊อกซีซิลิน(Amoxicilin) ยังคงเป็นยาที่แนะนำให้ใช้เป็นอันดับแรกในการรักษาเพราะ ราคาถูก ,ได้ผลในการกำจัดเชื้อ และ มีความปลอดภัย ถ้ามีประวัติแพ้ยาเพนนิซิลิน แนะนำให้ใช้ยาในกลุ่ม erythomycin    การใช้ยาปฏิชีวนะควรให้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10-14 วัน และ อาการของเด็ก ควรจะเริ่มดีขึ้นใน 48 - 72 ชั่วโมง ถ้าอาการเด็กไม่ดีขึ้นควรจะ

  1. ต้องพิจารณาหาสาเหตุของแหล่งการติดเชื้ออื่นในร่างกาย
  2. เปลี่ยนยาปฏิชีวนะตัวอื่นที่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อ
  3. อาจจะต้องการ เจาะแก้วหู เพื่อการระบายหนองเพื่อลดอาการปวด และนำหนองมาเพาะเชื้อ

                                ควรจะนัดเด็กมาตรวจหูอีกครั้งในเวลา 2 อาทิตย์ เพื่อดูว่ายังมีการติดเชื้อ และ ยังมี effusion หลงเหลืออยู่หรือเปล่า และถ้ายังมีอยู่อาจจะต้องให้ยาปฎิชีวนะ ต่อจนถึง 21 วัน   แต่ถ้ายังมี น้ำในหูชั้นกลางอาจจะอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ หรือ เดือน โดยเด็กจะไม่มีอาการอื่นใดยกเว้นจะมีหูอื้อ แต่ในเด็กเล็กๆถ้าเป็นมานานจะมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาภาษาและการพูดของเด็ก  ในเด็กที่มีภาวะของน้ำในหูชั้นกลางมานานเกินกว่า 3 เดือนควรจะได้พิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด  แพทย์จะทำการผ่าตัดแก้วหู( myringotomy) เป็นช่องเล็กๆและใส่ท่อขนาดเล็กไปในแก้วหู เพื่อการระบายของเหลวออกจากหูชั้นกลางและยังทำให้การไหลเวียนของอากาศช่วยทำให้หูชั้นกลางเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็ว   การผ่าตัดต่อมแอดินอยด์ต้องพิจารณาในเด็กที่ต่อมแอดินอยโตร่วมด้วย 

การป้องกันโรคหูชั้นกลางอักเสบ

  1. เวลาเด็กดื่มนมและรับประทานอาหารพยายามให้ลูกของท่านอยู่ในท่านั่งหรือศรีษะสูงกว่าลำตัว
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับควันบุหรี่ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะเด็กที่ได้รับควันบุหรี่จะมีอัตราป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจได้สูงกว่าปกติที่จะนำไปสู่หูชั้นกลางอักเสบได้
  3. อย่าให้เด็กหลับไปพร้อมกับขวดนมอยู่ในช่องปาก เพราะนมอาจจะเข้าสู่หูชั้นกลางได้ง่ายผ่านทางท่อปรับความดันที่สั้นและวางในแนวราบกว่าในผู้ใหญ่และ
  4. จะทำให้เกิดการติดเชื้อตามมา
  5. ควรป้องกันอย่าให้ลูกของท่านเป็นหวัด เพราะ หูอักเสบจะเกิดตามหลังไข้หวัดเสมอ
  6. นมแม่ดีที่สุด นักวิจัยพบว่า เด็กที่ดื่มนมแม่ในช่วง 4 เดือนแรกจะมีภาวะการติดเชื้อของหูชั้นกลางต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ เพราะในนมแม่มีภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อได้